jump to navigation

โอนหนี้นอกระบบ May 10, 2010

Posted by salapao18 in สินเชื่อ 02-6125558.
Tags: ,
trackback
โอนหนี้นอกระบบ
ธ.ก.ส.อุดรฯรับโอนหนี้นอกระบบวันเดียวกว่า 5ล้านบ.
       อุดรธานี-ธ.ก.ส.อุดรฯ โอนหนี้นอกระบบเข้าเป็นลูกหนี้ของแบงก์วันเดียวกว่า 5 ล้านบาท โดยเป็นเกษตรกร 113 ราย ที่มียอดวงเงินไม่เกิน 5 หมื่นบาท
       

       
       วันนี้(21ม.ค.) ที่ สำนักงานธนาคารเพื่อเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดอุดรธานี นายวิรัตน์ ลิ่มสุวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีได้เป็นประธานเปิดการโอนหนี้นอกระบบเข้าเป็นหนี้ในระบบของสำนักงาน ธ.ก.ส.อุดรธานี โดยมีเกษตรกรที่ได้รับการโอนหนี้จำนวน 113 รายเข้าร่วมงาน
       
       การโอนหนี้นอกระบบเข้าเป็นหนี้ในระบบครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาโดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ โดยเร่งดำเนินการจัดการหนี้สินของเกษตรกรทั้งในและนอกระบบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและรักษาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรซึ่งเป็นผู้ด้อยโอกาส
       
       รัฐบาลจึงมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชนกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักในการอำนวยการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน(หนี้นอกระบบ) โดยมอบหมายภารกิจให้กับธนาคารของรัฐทั้ง 6 แห่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
       
       โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรและธนาคารออมสินเป็นหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบ รวมทั้งการปรับทัศนคติในการดำรงชีวิตของผู้ขึ้นทะเบียน และในส่วนของ ธ.ก.ส. จังหวัดอุดรธานี เริ่มรับขึ้นทะเบียนตั้งแต่ วันที่ 1 ธันวาคม 2552-20 มกราคม 2553 มีผู้มาขอขึ้นทะเบียนจำนวน 10,079 ราย มีจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,142,571,207 บาท
       
       ในโครงการ ธ.ก.ส. ร่วมกับคลังจังหวัดอุดรธานี ได้ดำเนินการโอนหนี้นอกระบบเข้าเป็นหนี้ในระบบ ในวันนี้ จำนวน 113 ราย ธนาคารจะชดใช้หนี้ให้ก่อนและลูกหนี้จ่ายผ่อนชำระคืนธนาคารพร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 12% ต่อปี ในช่วง 3 ปีแรก หลังจากนั้นคิดตามอัตราประมาณ 6.75-9.75% โดยเกษตรกรสามารถเลือกผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 8 -12 ปี ซึ่งดอกเบี้ยจะลดต่ำลงตามอัตรายอดเงินต้น
       
       นายพิชัย วุฒิเบญจรัศมี ผู้ช่วยอำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. อุดรธานี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งนโยบายซึ่งมอบหมายให้ ธ.ก.ส. ดำเนินงานร่วมกับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐโดยรัฐบาลคาดหวังว่าโครงการนี้จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้กู้เงินนอกระบบซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยแพง และไม่เป็นธรรมสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินในระบบรัฐ รวมทั้งลดปัญหาอาชญากรรมจาการถูกเร่งรัดหนี้อย่างไม่เป็นธรรมจากเจ้าหนี้นอกระบบช่วยลดปัญหาสังคมและสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้สูงขึ้นตามวิสัยทัศน์ของ ธ.ก.ส. อีกด้วย
       
       การรับขึ้นทะเบียนลูกหนี้นอกระบบเฉพาะส่วนของสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นข้อมูลการรับขึ้นทะเบียนลูกหนี้สะสม ณ วันที่ 20 มกราคม 2553 มีการรับขึ้นทะเบียนลูกหนี้แล้วจำนวน 10,079 ราย จำนวนหนี้ต้นเงินนอกระบบ 1,142,517,207 บาท ในขณะที่มีข้อมูลการรับขึ้นทะเบียนสะสมทั้งระบบของ ธ.ก.ส. มีจำนวนทั้งสิ้น 503,852 ราย จำนวนหนี้ต้นเงินนอกระบบ 54,396,999,851 บาท
       
       แนวทางการช่วยเหลือผู้ขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบที่ต้องช่วยเหลือเร่งด่วน คือ ผู้ขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบไม่เกิน 50,000 บาท ผู้ขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบที่ถูกเจ้าหนี้บังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์สิน ผู้ขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบขายฝากและจะสิ้นสุดสัญญาขายฝาก และผู้ขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบที่เจ้าหนี้ทำนาหรือทำไร่ในที่ดินของลูกหนี้แทนดอกเบี้ย(ทำนาหรือทำไร่ต่างดอกเบี้ย)เพื่อให้ลูกหนี้ได้ที่ดินทำกินคืนก่อนฤดูกาลผลิตใหม่โดยมีแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ขึ้นทะเบียนที่มีหนี้นอกระบบกรณีไม่เกิน 50,000บาท
       
       หากพบลูกหนี้และเจ้าหนี้มีความพร้อมก็สามารถทำการเจรจาประนีประนอมระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ได้ถ้าลูกหนี้และเจ้าหนี้สามารถตกลงกันได้ธนาคารจะดำเนินการจัดทำสัญญายินยอมตามแบบผลเจรจาปรับโครงสร้างหนี้นอกระบบ (แบบ พน.2)และรายงานให้นายอำเภอทราบในกรณีที่เจรจาสำเร็จให้พิจารณาจ่ายสินเชื่อต่อไปได้
       
       สำหรับในกรณีที่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ไม่สามารถตกลงกันได้ให้นำเรื่องดังกล่าวเสนอคณะกรรมการศูนย์แก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบกระทรวงมหาดไทยระดับอำเภอ เพื่อพิจารณาดำเนินการ
       
       จากการตรวจเยี่ยมผู้ขึ้นทะเบียนฯ ที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ไม่เกิน 50,000 บาท ในระยะเริ่มแรกสามารถทำการประนอมหนี้ได้จำนวน 113 ราย จำนวนเงิน 4,464,800 บาท ส่วนที่เหลือก็จะนัดหมายเพื่อดำเนินการในพื้นที่อำเภอต่างๆ ต่อไป
       
       ทางด้านนายดิเรก อุ่นโคกกลาง บ.165 ม.5 ต.หนรองไผ่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ลูกหนี้นอกระบบ ได้เปิดเผยว่า ตนได้กู้เงินจากเจ้าหนี้มาจำนวน40,000 บาท เมื่อ2 ปีแล้ว เพื่อเปิดร้านขายของชำในหมู่บ้าน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ4 บาท ต่อเดือนหรือ1200 บาท หลังจากมีโครงการนี้ขึ้นมาทำให้ชีวิตดีขึ้นมาที่ไม่ต้องหาเงินส่งดอกเบี้ยที่แพง แทบทุกวันวันนี้ขายของก็ไม่ค่อยดี
       
       ตนก็ได้มาลงทะเบียนปลดหนี้ดอกระบบ ทางธ.ก.ส. ได้คิดดอกเบี้ย15 บาท ต่อปี ภายใน10 ปี จะได้มีเงินเลี้ยงลูกหลานได้อยู่กินอย่างมีสุขต่อไป

Reference: ASTV

%d bloggers like this: