jump to navigation

>กรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งแก้ปัญหาเรื้อรังหนี้นอกระบบ ใช้โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า February 5, 2011

Posted by salapao18 in หนี้ นอก ระ บบ, หนี้นอกระบบ.
trackback

>กรมส่งเสริมสหกรณ์   ดำเนินกิจกรรมตามโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนเพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนอยู่ดีกินดีพ้นความยากจน   พร้อมเปิดทางให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน หวังลดปัญหาเรื้อรังเงินกู้นอกระบบ   เร่งพัฒนาและฝึกอบรมอาชีพแบบเข้มข้นให้กับสมาชิกเพิ่ม เพื่อกระตุ้นเกษตรกรในโครงการฯ เน้นกู้ลงทุนระยะยาว
นางสาวสุพัตรา ธนเสนีวัฒน์   อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์   เปิดเผยว่า   กรมส่งเสริมสหกรณ์ ในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์   มีหน้าที่รับผิดชอบโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนในส่วนของสินทรัพย์ประเภทที่ดิน โดยรับผิดชอบในการจัดสรรที่ดินให้เป็นไปตามรูปแบบของนิคมสหกรณ์   เพื่อให้สมาชิกฯ   เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ โดยมีนิคมสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 36 แห่ง โดยการเข้าร่วมโครงการฯนั้นสมาชิกต้องเป็นผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (กสน.3) จึงจะสามารถใช้เป็นหลักฐานค้ำประกันหนี้เงินกู้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร   ( ธ.ก.ส.)   เพื่อนำไปเป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพ   โดยการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่มาเป็นทุน   ส่งเสริมให้เกิดอาชีพ   และการลงทุน อันจะนำมาซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้น
โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน เป็นอีกหนึ่งโครงการเพื่อตอบสนองนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจน   โดยการบริหารจัดการทรัพย์สินที่มีอยู่แล้วให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ อันจะเป็นการสร้างโอกาส และทางเลือกให้ประชาชน โดยเฉพาะช่วยให้เกษตรกรที่ไม่มีแหล่งเงินทุนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากขึ้น โดยการนำทรัพย์สินที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์   สังหาริมทรัพย์   นำมาแปลงเป็นเงินทุน   เพื่อสานต่อเป็นหลักประกันในการลงทุนประกอบอาชีพต่อไป
สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ   คือ ต้องเป็นสมาชิกนิคมสหกรณ์ และได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมสหกรณ์ (กสน.3)   แล้ว สมาชิกนิคมสหกรณ์สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนได้ที่นิคมสหกรณ์ที่ตนสังกัด พร้อมหลักฐานประกอบด้วย หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมสหกรณ์ ( กสน. 3 )   สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน   โครงการ / แผนการผลิตที่จะขอสินเชื่อ   และหนังสือรับรองการผ่านการฝึกอบรมโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน (กรณีเปลี่ยนอาชีพใหม่)   ซึ่งทางนิคมสหกรณ์จะดำเนินการส่งรายชื่อสมาชิกที่ได้รับการตรวจสอบหลักฐานว่าครบถ้วนและได้ขึ้นทะเบียนแล้วให้กับทาง ธ.ก.ส. ได้พิจารณาเพื่ออนุมัติวงเงินสินเชื่อต่อไป
ทั้งนี้   ผลการดำเนินงานของโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ตั้งแต่ปี 2547-   31 พฤษภาคม 2550 นั้น   มีการออกเอกสารสิทธิ์ (กสน.3)   เพื่อให้สมาชิกนิคมสหกรณ์นำไปแปลงเป็นทุนแล้ว 33,271 ราย   พื้นที่ 369,115   ไร่   เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันก่อนมีโครงการมีการออกเอกสารสิทธิ์ จำนวน 8,081 ราย   พื้นที่เพิ่มขึ้น   133,847 ไร่   เพิ่มขึ้นกว่า   32%   (คิดเป็นราย ) และ 57% (คิดเป็นไร่ ) ตามลำดับ   จากช่วงเดียวกันก่อนเริ่มมีโครงการมีการออกเอกสารสิทธิ ( เปรียบเทียบ 4 ปีก่อนหน้าที่จะมีโครงการ สามารถดำเนินการได้จำนวน   25,190 ราย พื้นที่ 235,268 ไร่   )
กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีการจัดส่งบัญชีรายชื่อผู้เข้าร่วมโครงการ   และผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติด้านเอกสาร ให้กับ ธ.ก.ส. ไปแล้วจำนวน 38,729 ราย   โดยมีสมาชิกได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธ.ก.ส. จำนวน 2,440 ราย   เป็นเงิน 349,956,314   บาท
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์   กล่าวว่า   จากที่ได้ดำเนินโครงการมาเป็นระยะเวลา 4 ปี   ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์เริ่มนำร่องโครงการฯ นี้เป็นแห่งแรกที่นิคมสหกรณ์กบินทร์บุรี   จังหวัดปราจีนบุรี โดยส่งเสริมสนับสนุน และฝึกอบรมให้กับสมาชิกในการประกอบอาชีพ   สร้างรายได้ในกิจการที่ตนเองถนัดและมีความเชี่ยวชาญ สอดรับกับความต้องการของตลาดในขณะนั้น   ซึ่งที่ผ่านสมาชิกฯ ที่เข้าร่วมโครงการฯ   ล้วนแต่ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพเป็นอย่างดีสามารถพึ่งพาตัวเอง   มีรายได้เพิ่มขึ้นและสามารถนำไปต่อยอดในการขยายกิจการหรือดำเนินธุรกิจต่อไป
“โครงการนี้ถือเป็นการสร้างโอกาสให้สมาชิกสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบมากขึ้น   เป็นการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่มาเป็นทุน   โดยเงินกู้ที่ได้จากโครงการควรจะนำไปลงทุนในระยะยาวมากกว่าที่จะทำการผลิตแบบปีต่อปี   เพื่อให้เกษตรกรสามารถคิดเป็น ทำเป็น และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน   รวมทั้งกรมส่งเสริมสหกรณ์ยังมุ่งหวังและต้องการให้สมาชิก เดินตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์   กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า   ที่ผ่านมามีสมาชิกฯ ที่เข้าร่วมโครงการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน   ที่ประสบผลสำเร็จในการประกอบอาชีพ   สามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับครอบครัว     อีกทั้งยังได้รับการอบรมและเพิ่มพูนทักษะในการประกอบอาชีพจากการฝึกอบรมของกรมส่งเสริมสหกรณ์   โดยมีตัวอย่างสมาชิกนิคมสหกรณ์ที่ประสบผลสำเร็จหลายราย   อาทิ   นายวันชัน สีสวย สมาชิกนิคมสหกรณ์ชะแวะ จ.ระยอง ซึ่งเข้าร่วมโครงการเมื่อปี 2547 โดยนำที่ดิน กสน.3   ค้ำประกันเงินกู้   เพื่อนำไปลงทุนเพาะเลี้ยงกล้วยไม้   และทำการเกษตรเชิงท่องเที่ยว   ปรับปรุงสวนผลไม้   จนประสบความสำเร็จ   มีรายได้เพิ่มขึ้น   อีกทั้งยังสามารถชำระหนี้ได้ตามสัญญากู้   เป็นต้น   สมดั่ง สโลแกนโครงการของกรมฯ ที่ว่า “ แปลง กสน.3 เป็นทุน   เกื้อหนุนเศรษฐกิจ   ดำเนินชีวิตแบบพอเพียง ”

Comments»

No comments yet — be the first.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: